Professional Engineer วิศวกรอาชีพ

          นักศึกษาวิศวกรรมทุกคนเมื่อเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนฯ แล้ว ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็น Engineer กันทุกคน    บางคนจบแล้วเรียนต่อ    บางคนทำกิจการส่วนตัว   บางคนเป็นข้าราชการ   บางคนเป็นพนักงานบริษัท หรือบางคนอาจตกงาน หลากหลายเส้นทางเหล่านี้ล้วนมีประสบการณหลากหลายเกิดขึ้นกับเส้นทางนั้น ๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป    บางคนทำงานเป็นวิศกร (Engineer) เป็นเวลานานแสนนาน ไปจนตลอดชีวิตเลยก็มี
          ประเด็นที่จะนำเสนอนี้ คือ คำว่า  Professional Engineer หรือวิศวกรอาชีพ
          ลองดูนักศึกษาที่จบใหม่ ที่เรียกว่า Engineer กับ Professional Engineer นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ใครอยากเป็นแบบไหน ต้องพัฒนาตัวเอง พัฒนาศักยภาพของตัวเอง อย่าหยุดอ่าน-ศึกษา  ต้องทำตัวเองให้แตกต่างจากนักศึกษาจบใหม่ที่เรียกว่า  Engineer ให้ได้
          ปัจจัยของความเป็น  Professional Engineer  ควรจะ  (Criteria of  Professional Engineer) ประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้

  1. ความรู้ในวิชาชีพ  แบบรู้แจ้งเห็นจริง  เอาแบบเป็นเรื่อง ๆ ไปไม่ควรรู้ทุกเรื่องก็ได้
  2. ประสบการณ์     ฟังดูแล้วเรียบง่าย แต่ความหมายลึกซึ้งมาก ลองมาดูว่า นักศึกษาวิศวะที่เรียนจบเกียรตินิยมได้เกรด 4.00 (แปลว่าทำข้อสอบได้ทุกข้อ ไม่ได้แปลว่าเข้าใจหรือแตกฉาน) กับอีกคนหนึ่งทำงานมา 5 ปี แต่ตอนนี้ทำงานแบบซ้ำ ๆ กันมาตลอดรวมทั้งทำงานด้านการออกแบบด้วย  สองคนนี้ใครมีคุณค่ากว่ากันและอย่างไร

ถ้านายจ้างจะจ้างคนเข้าทำงานคิดว่าจะเลือกใคร สมมุติว่าให้เงินเดือนเท่ากัน    ก็แล้วแต่นายจ้าง อันนี้บอกไม่ได้ แต่แนวโน้มที่จะจ้างคนมีประสบการณ์นั้นมีมากกว่า  เพราะทำงานได้ทันที ไม่เสียเวลา  ว่ากันว่าวิศวกรจบใหม่นี่ กว่าจะสามารถทำงาน รับผิดชอบได้ด้วยตัวเอง คือไม่ต้องมีพี่เลี้ยง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3-5 ปี แล้วแต่ว่าอยู่ถูกที่หรือเปล่า ถ้าอยู่ถูกที่มีคนช่วยเป็นโค้ชให้ ก็จะเร็ว  ถ้าอยู่ผิดที่ ไม่มีคน(ที่มีความรู้)ช่วยเป็นโค้ช ก็แย่หน่อย
ประสบการณ์ (ทีดี) + ความรู้เชิงวิศวกรรม      2 ประการนี้จะนำพาไปสู่ วิศวกรอาชีพได้โดยไม่ยาก เพียงแต่มีความตั้งใจมุ่งมั่น หมั่นศึกษา (อย่าหยุดเรียนรู้) เท่านั้นเอง รับรองว่า  Professional Engineer นั้นอยู่ไม่ไกล

สิ่งสำคัญอีกประการที่สำคัญที่วิศวกรอาชีพทุกคน พึงมี คือ ความมีคุณธรรม  (Moral)

ประการนี้สำคัญมาก เพราะที่มีความรู้ดี ประสบการณ์ดี แต่ขาดคุณธรรม ตรงนี้ทุกอย่างจบหมดเลย มันทำลายทุกอย่าง ทำลายความเป็นวิศวกรอาชีพที่ดี

คุณธรรม มีความหมายอีกมุมหนึ่งคือ ทำการประกอบวิชาชีพด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบใคร สร้างสรรประโยชน์ให้สังคมเท่าที่จะทำได้


                  ยกตัวอย่าง  สนามบินอะไรสักแห่ง  ที่มีการทุจริต คอร์รัปชั่นกันมาก ชนิดที่ว่าขาดจรรยาบรรณของวิศกรอย่างรุนแรง รู้ทั้งรู้ว่ามันผิด spec.ผิดแบบ ผิดในสิ่งที่ควรจะเป็น  ทำแล้วมันต้องพัง ต้องเสียหาย แต่ยังทำ้  อย่าอ้างว่ามีการเมืองเข้ามาแทรกแซง คือ ถ้าคนมันยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง มีความเป็นวิศวกรอาชีพ อยู่บ้าง มันก็ต้องทำให้ถูกต้อง อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ กันทุก ๆ ฝ่าย ไม่ใช่เห็นเงินเป็นเรื่องใหญ่ เป็นทาสของเงิน สุดท้ายกันก็กลับมาทำลายตัวเอง กลายเป็น Evil  Engineer หรือวิศวกรอาชญากร พวกนั้นไป    เสียหายทั้งตนเองและประเทศชาติ
                 ดังนั้น ถ้าเห็นเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอย่าได้นิ่งนอนใจ อย่างน้อยก็ต้องเก็บข้อมูลหลักฐานเอาไว้ Check Bill ภายหลัง (เมื่อมีโอกาส) คนชั่ว คนโกง มันจะได้ลดน้อยลงบ้าง
             
  
และสุดท้าย พึงระลึกไว้เสมอว่าเราต้องเป็น  Professional Engineer ให้ได้ ต้องทำตัวให้รักการเรียนรู้ มิเช่นนั้นแล้วเรา จะเป็นได้แค่
Engineer ไปจนตาย แล้วที่สำคัญ ต้องมีหลักคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ทำงานให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติและทดแทนคุณแผ่นดินบ้าง
          ทุกคนในที่นี้เป็นหนี้ประเทศชาติ   ประชาชน อยู่กันทุกคน  ลองนึกดูว่า ค่าหน่วยกิจที่เราเรียนนั้น เพียงพอต่อการจ้างอาจารย์   ค่าห้อง Lab , อุปกรณ์, อาคารเรียน, อื่น ๆ นั้น รัฐบาลสนับสนุนมาส่วนหนึ่งซึ่งที่เป็นเงินภาษีนั่นเอง     ค่าหน่วยกิตที่เก็บจากเราไปมันน้อยมากและถูกมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชน   คนที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนก็ไม่ใช่ว่าจะเอาแต่กอบโกยนะครับ  ช่วยกันปฎิวัติสังคมในทางสร้างสรร

ดังนั้นเราทุกคนจึงเป็นหนี้ประเทศชาติ ประชาชน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   จงทำงาน   ทำดี  เพื่อประเทศชาติ ประชาชน ด้วย

ล้านคนทำ แสนคนคิด หมื่นคนสำเร็จ ทุกคนมีความสุข